คู่มือแลปทั้ง 8 หน้า บน MacBook Air M2
เขียนครบแล้วทั้ง 8 หน้า — ติดตั้ง · Lab 1–5 · cheat sheet ที่ค้นหาได้ · หน้าแก้ปัญหา ทุกขั้นตอนแปลงจากใบแลปฉบับ Windows มาเป็นเส้นทางของ Apple Silicon แล้ว และแทนค่า x = 3, y = 128 ของรหัส 673040128-3 ไว้ในทุกคำสั่ง คัดลอกไปวางได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดเลข
L.1ค่าประจำตัวของคุณ — จำสามตัวนี้พอ
ใบแลปทุกใบเขียน IP เป็น 192.x.y.z โดยให้แต่ละคนแทน x กับ y จากรหัสนักศึกษาของตัวเอง ทุกหน้าในเว็บนี้แทนค่าให้เรียบร้อยแล้ว — แต่ในห้องสอบอาจารย์อาจให้เขียนที่มาของตัวเลข ฉะนั้นจำวิธีคิดไว้ด้วย
192.3.128.0/24 = LAN ฝั่งซ้าย (PC1, PC2) · 193.3.128.0/24 = ลิงก์ Serial ระหว่าง router สองตัว · 194.3.128.0/24 = LAN ฝั่งขวา (PC3, PC4) — ตาราง IP เต็มพร้อมรหัสผ่านของทุกอุปกรณ์อยู่ที่ Cheat §C.2
ก็อป IP จากตัวอย่างในใบแลปมาใช้ตรง ๆ (เช่น 192.1.1.2) แล้วโดนหักคะแนน — โจทย์เขียนไว้ชัดว่า "IP ใช้เลขจากรหัสนักศึกษา" ก่อนกดส่งทุกครั้ง ให้ไล่ดูว่าทุก IP มีเลข 3 กับ 128 อยู่จริง
L.2หน้าทั้งหมด เรียงตามลำดับที่ควรอ่าน
ตัวเลขมุมขวาบนของการ์ดคือลำดับ กดปุ่ม "ทำเครื่องหมายว่าอ่านแล้ว" ท้ายแต่ละหน้าแล้วการ์ดจะขึ้น ✓ เอง
ssh ubuntu · ต่อ console ด้วย screen เพราะ Mac ไม่มี PuTTY · ปิดท้ายด้วย VPN KKU และ USB-C Ethernet passthroughscreen เข้าโหมด CLI ทั้งสี่ระดับ ตั้ง hostname/รหัสผ่าน ตั้ง IP ให้ FastEthernet · GigabitEthernet · Serial (DCE/DTE + clock rate + bandwidth 56) บันทึก config แล้วอ่าน show mac-address-table กับ show arp ปิดท้ายด้วย Wireshark ผ่าน port mirroringclock rate แล้ว Serial ขึ้น up / down ตลอดกาล
mn · สคริปต์ Python แล้วบิดค่าลิงก์ด้วย tc netem: delay 100 ms · jitter 10 ms · loss 20% วัดผลด้วย ping และ iperf3 พร้อมทฤษฎีว่าตัวเลขไหนในผล ping คืออะไรvlan + switchport access vlan แล้ว ping ข้าม VLAN ไม่ผ่าน (นั่นคือคำตอบที่ถูก) ③ ขยายเป็น 2 สวิตช์ต่อกันสองสาย ④ ดึงเหลือเส้นเดียวแล้วทำ Trunk 802.1Q พร้อมดู tag ใน Wireshark ⑤ ใส่ router ทำ sub-interface ให้ VLAN คุยข้ามกันได้ · ปิดท้ายด้วย VTP และ port mirroringpriority 4096 · อ่าน show spanning-tree ให้ออกทุกบรรทัด · โอนไฟล์ ≥30 MB ผ่าน FTP พร้อมดู I/O Graph → ดึงสายระหว่างโอน → ปิด STP แล้วดูเน็ตล่มด้วยตาตัวเอง · วัดความเร็ว 10 รอบด้วย iperf3screen · VPCS · Router พื้นฐาน · IP + Serial · RIP/static · Switch + port mirroring · VLAN + Trunk · Router-on-a-Stick · STP · Wireshark filter · Mininet + tc/netem + iperf3 · และ รายการคำสั่ง show ที่ต้องส่งอาจารย์ · เปิดหัวหน้าด้วย "ลำดับที่ควรทำในห้องสอบ" 8 ขั้น/dev/tty.* · Parallels + USB Ethernet · Mininet/tc/iperf3 · ping ไม่ผ่านทั้งที่ config ครบ · VLAN/Trunk/ROAS · พอร์ตไม่ขึ้น/STP · และข้อความ error ของ IOS ที่เจอบ่อย ทุกแถวมีคอลัมน์ "ตรวจให้ชัดด้วย" เป็นคำสั่งเดียวที่ยืนยันได้ว่าใช่สาเหตุนั้นจริงไหมL.3แผนอ่านก่อนสอบแลป
ปีนี้อาจารย์บอกว่าสอบแลป 6 ข้อ แต่ยังไม่บอกโจทย์ ฉะนั้นให้ยึด ข้อสอบแลปปีที่แล้ว 4 ข้อ 50 คะแนน เป็นหลัก (จาก midterm (1).pdf และ midterm_nut.pdf ของรุ่นพี่) แล้วอ่านตามลำดับความคุ้มค่าข้างล่างนี้
| ข้อ | โจทย์จริงปีที่แล้ว | คะแนน | อ่านหน้าไหน |
|---|---|---|---|
| 1 | สร้าง network ที่มี router ≥ 2 ตัวเชื่อมกันผ่าน Serial · ทุก router มี switch · ทุก switch มี PC อย่างน้อย 1 ตัว · ให้ทุก PC ping หากันได้หมด · IP ต้องใช้เลขจากรหัสนักศึกษา ส่ง: show running-config · show mac-address-table · show arp |
15 | Lab 1 §1.12 (โครง Serial + RIP) Lab 2 §2.8 (clock rate) Lab 2 §2.10 (สอง show ที่เหลือ) |
| 2 | เปิด Wireshark ดักจับ packet ระหว่าง PC ตอน ping แล้วใส่ filter จาก source address ของการ ping + filter icmp + filter arp (แคปหน้าจอ 3 รูป) |
10 | Lab 1 §1.8 (Start Capture ที่ลิงก์) Cheat §C.14 (filter ที่ต้องจำ) |
| 3 | ตั้งค่า VLAN ตามรูป ให้ ping กันได้ แล้วส่ง show vlan ของทุก switch"ping กันได้" = คู่ที่อยู่ VLAN เดียวกันต้องถึงกันข้ามสวิตช์ ไม่ได้แปลว่าทุกคู่ต้องผ่าน |
10 | Lab 4 §4.8 (รูปที่ 9) Lab 4 §4.9 (Trunk) §4.16 สคริปต์ทั้งข้อ |
| 4 | ใช้ Mininet สร้าง topology ตามรูป → ping ได้ทุกโหนด → (ก) ใส่ delay 100 ms + jitter 10 ms บน h1-eth0 เทียบผล ping ก่อน/หลัง (ข) ใส่ loss 20% แล้วทดสอบ ping |
15 | Lab 3 §3.10 (รูปที่ 17) §3.11 delay · §3.12 jitter · §3.13 loss §3.20 รันบอร์ด |
ลำดับที่ควรทำจริง
- ทำ หน้าติดตั้ง ให้จบก่อน แล้วรันชุดตรวจใน §0.13
ห้องสอบไม่มีเวลาให้ติดตั้งอะไรทั้งนั้น ถ้ายังไม่เคยเปิด GNS3 บนเครื่องนี้เลย ให้เริ่มจากตรงนี้เท่านั้น — เช็กลิสต์อยู่ท้ายหน้า - เก็บข้อ 1 + ข้อ 2 ก่อน (25 คะแนน = ครึ่งหนึ่งของข้อสอบ) → Lab 1 แล้วต่อ Lab 2
Lab 1 ให้โครง topology ที่ 4 (router 2 ตัว + Serial + RIP) และวิธีเปิด Wireshark ที่ลิงก์ · Lab 2 ให้clock rateฝั่ง DCE กับshow mac-address-table/show arpที่โจทย์สั่งส่ง สองหน้านี้รวมกันคือข้อ 1 และข้อ 2 ทั้งดุ้น - ต่อด้วยข้อ 3 → Lab 4 (VLAN)
10 คะแนนที่ทำเร็วที่สุด เพราะไม่ต้องมี router เลยถ้าไม่ถามข้าม VLAN — สร้าง VLAN ให้ครบทั้งสองสวิตช์ ตั้ง access port ตั้ง trunk สองฝั่ง จบ · จุดตกคือสร้าง VLAN แค่ตัวเดียว - แล้วค่อยข้อ 4 → Lab 3 (Mininet)
15 คะแนนและเป็นคนละโลกกับสามข้อแรก (ไม่ใช้ GNS3 ไม่ใช้ Cisco) จึงแยกอ่านทีเดียวจบได้ · ต้องเปิด VM ค้างไว้ก่อนเข้าห้อง เพราะบูตนาน · ห้ามลืม วัด baseline ก่อนใส่ netem ไม่งั้นเทียบ "ก่อน/หลัง" ไม่ได้ - ถ้ายังมีเวลา → Lab 5 (STP)
แลปปีที่แล้วไม่มีข้อ STP ตรง ๆ แต่ปีนี้สอบ 6 ข้อ (มากกว่าเดิม 2) และทฤษฎี STP ออกข้อเขียนแน่ที่ บทที่ 15 / Q10 — อ่าน §5.8 วิธีอ่านshow spanning-treeอย่างน้อย - คืนก่อนสอบ กวาด Cheat sheet รอบเดียว แล้วเปิดค้างไว้
อ่าน §C.1 ลำดับที่ควรทำในห้องสอบ กับ §C.2 ค่าประจำตัว ให้ขึ้นใจ ที่เหลือค้นเอาตอนสอบได้ · หน้าแก้ปัญหา ไม่ต้องอ่าน แค่รู้ว่ามี แล้วเปิดตอนติด
① ลืม clock rate ฝั่ง DCE → Serial ขึ้น up / down ตลอด ไม่มีทาง ping ผ่าน → วิธีทำ ② ไม่มี routing → PC ข้าม subnet ping ไม่ถึงแม้ทุกอินเทอร์เฟซจะ up / up ต้องเปิด RIP แล้วประกาศทุกวงรวมวงของ Serial ด้วย → วิธีทำ · ยืนยันด้วย show ip route ต้องมีแถวขึ้นต้นด้วย R
L.4กติกาห้องสอบแลป — เว็บนี้เอาเข้าได้
- นำ lab sheet และ lab report เข้าห้องสอบได้
- เปิดใน iPad หรือ notebook ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกระดาษ
- ต่ออินเทอร์เน็ตได้ ค้นเว็บได้ตามปกติ
- ห้ามเปิด AI เด็ดขาด — ถ้าเห็นหน้าจอ AI อาจารย์ขอสิทธิ์ตรวจสอบทันที
หน้าเว็บพวกนี้เป็น เอกสารนิ่ง ไม่ใช่ AI ไม่มีช่องแชท ไม่มีการเรียกโมเดลใด ๆ — เปิดอ่านระหว่างสอบแลปได้ตามกติกา (แต่ ห้ามใช้ในวิชา Lecture เพราะวิชานั้นห้ามนำเอกสารเข้าห้องสอบทุกชนิด)
- เปิดแท็บไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนเข้าห้อง อย่างน้อยสองแท็บ — cheat (แท็บหลัก เปิดคาไว้ตลอด) และ trouble
- เซฟสำรองไว้ในเครื่องด้วย เผื่อ Wi-Fi ห้องสอบล่ม — ⌘+S เซฟหน้า หรือ ⌘+P → Save as PDF
- ปิดแท็บ AI ทุกแท็บให้หมดก่อนเข้าห้อง รวมทั้งแอปที่มีไอคอน AI ค้างบน Dock — อย่าให้มีอะไรให้ต้องอธิบาย
- หน้า cheat กับ trouble ค้นหาได้ในตัว ไม่ต้องพึ่ง ⌘+F ของเบราว์เซอร์ กด / แล้วพิมพ์ได้เลย
L.5ติดตั้งครบหรือยัง — เช็กลิสต์ก่อนเข้าห้องสอบ
กดช่องซ้ายมือเพื่อทำเครื่องหมายว่าเตรียมแล้ว (จำไว้ในเบราว์เซอร์นี้) — แต่ อย่าเชื่อความจำ ให้รันคำสั่งตรวจจริงด้วย เพราะอาการเวลาของหายมักไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าหายอะไร เช่น ลืม ChmodBPF แล้ว Wireshark ไม่ขึ้น error อะไรเลย แค่ไม่มี interface ให้เลือก
| ต้องมีอะไร | ค่าที่ถูกต้อง | ตรวจว่ามีจริงไหม (คำสั่งเต็มอยู่ในบล็อกใต้ตาราง) | |
|---|---|---|---|
| GNS3 ไฟล์ .dmg จากหน้า release บน GitHub เท่านั้น |
2.2.53 เวอร์ชันอื่นเปิดโปรเจกต์ของเพื่อนไม่ขึ้น |
เมนู GNS3 → About ต้องขึ้น 2.2.53 เป๊ะ ๆ · หรือคำสั่ง ① ใต้ตาราง — วิธีลง §0.4 | |
| IOS image + การ์ด Serial router ใน GNS3 ไม่มี OS มาให้ ต้องป้อนเอง |
image c7200-adventerprisek9-mz.152-4.M5 · RAM 512 MiB · slot1 PA-4T+ · slot2 PA-4E · กด Idle-PC finder | ลาก router ลงมา กด Start ให้ขึ้นไฟเขียว รอจนขึ้น Router> แล้วรันคำสั่ง ② — ต้องเห็นทั้งชื่อ Serial… และ Ethernet… ถ้าไม่มี Serial แปลว่าลืมใส่การ์ด PA-4T+ แล้วข้อสอบข้อ 1 จะทำไม่ได้ — วิธีเพิ่ม §0.6 |
|
| Wireshark รุ่น Arm + ChmodBPF ตัว .dmg ของ GNS3 ไม่ได้ลง Wireshark ให้ ต่างจาก all-in-one ของ Windows |
ดาวน์โหลดแบบ Arm ไม่ใช่ Intel + ต้องดับเบิลคลิก ChmodBPF.pkg ด้วย |
คำสั่ง ③ ต้องพิมพ์คำว่า access_bpf ออกมา ถ้าไม่ออก = ยังไม่ได้ลง ChmodBPF → เปิด Wireshark มาจะไม่เห็น interface เลย โดยไม่มี error — วิธีลง §0.7 | |
| Parallels/UTM + Ubuntu ARM + Mininet Mininet ไม่มีเวอร์ชัน macOS ต้องมี Linux จริง |
Ubuntu arm64/aarch64 เท่านั้น ISO ของ x86 บูตไม่ขึ้นบน M2 · ตั้งชื่อย่อ ubuntu ใน ~/.ssh/config ไว้ด้วย |
คำสั่ง ④ ต้องจบด้วย 0% dropped · เปิด VM ค้างไว้ก่อนเข้าห้องสอบเสมอ เพราะบูตนาน — วิธีลง §0.8 | |
| iperf3 ต้องมี สองที่ — ในเครื่อง Ubuntu (Lab 3) และบน macOS (Lab 5) |
ใน VM ติดมากับ apt install … iperf3บน macOS ใช้ brew install iperf3 |
คำสั่ง ⑤ ต้องพิมพ์เลขเวอร์ชันออกมาทั้งสองฝั่ง — ใช้ยังไง Lab 3 §3.9 · Lab 5 §5.3 | |
| VPN KKU เฉพาะกรณีใช้ GNS3 remote server ของคณะ — ถ้าใช้ local server ข้ามได้ |
ต่อ VPN ก่อนเปิด GNS3 เสมอ ถ้าเปิด GNS3 ค้างไว้แล้วเพิ่งมาต่อ ให้ปิดแล้วเปิดใหม่ |
คำสั่ง ⑥ ต้องมี reply กลับ · ถ้าลืมต่อ VPN อาการที่เห็นคือ Could not connect to server ซึ่งชวนให้ไปนั่งแก้ผิดที่ — §0.3 | |
สาย console + screenเฉพาะแลปอุปกรณ์จริง (Lab 2 · 4 · 5) — Mac ไม่มี PuTTY |
สาย USB-to-Console + adapter USB-C speed 9600 · ออกจาก screen ด้วย Ctrl+A แล้ว Ctrl+\ |
เสียบสายก่อน แล้วคำสั่ง ⑦ ต้องเห็นชื่อขึ้นต้นด้วย tty.usbmodem… — §0.9 |
# ① GNS3 ต้องได้ 2.2.53
$ defaults read /Applications/GNS3.app/Contents/Info CFBundleShortVersionString
# ② IOS image — พิมพ์ในหน้า console ของ router หลังกด Start จนขึ้น Router>
Router# show ip interface brief # ต้องมีทั้ง Serial… และ Ethernet…
# ③ Wireshark + ChmodBPF ต้องพิมพ์คำว่า access_bpf ออกมา
$ ls -l /dev/bpf0
$ id -Gn | tr ' ' '\n' | grep access_bpf
# ④ Ubuntu ARM + Mininet ต้องจบด้วย *** Results: 0% dropped
$ ssh ubuntu 'sudo mn --test pingall'
# ⑤ iperf3 ต้องมีทั้งสองฝั่ง
$ iperf3 --version
$ ssh ubuntu 'iperf3 --version'
# ⑥ VPN KKU (เฉพาะกรณีใช้ remote server ของคณะ)
$ ping -c 3 <IP ของ GNS3 server ที่อาจารย์ให้>
# ⑦ สาย console — เสียบสายก่อนแล้วค่อยพิมพ์
$ ls /dev/tty.* # ต้องเห็น tty.usbmodem…
$ screen /dev/tty.usbmodemXXXX 9600
รันชุดข้างบนให้ผ่านทั้ง 7 ข้อ · เปิด GNS3 ลาก router 1 ตัวแล้ว Start ให้ขึ้นไฟเขียวจริง ๆ · เปิด Wireshark หนึ่งครั้งให้เห็นรายการ interface · บูต Ubuntu VM ทิ้งไว้แล้วสั่ง pingall หนึ่งรอบ · ถ้าอันไหนไม่ผ่าน ไปที่ trouble §T.1 ซึ่งไล่ตรวจ 8 อย่างพื้นฐานให้ก่อน แล้วค่อยเจาะกลุ่มอาการ · เทียบกับชุดตรวจฉบับเต็มได้ที่ setup §0.13