Checkpoint 1 — Basic Network Connectivity and Communications
ข้อสอบรวม Module 1–3 ของ CCNA 1 จำนวน 67 ข้อ — เน็ตเวิร์กเบื้องต้น, Cisco IOS CLI และ OSI/TCP-IP พร้อมคำแปลไทยครบทุกตัวเลือกและคำอธิบายรายข้อ
โหมดอ่าน = เห็นเฉลยทุกข้อทันที เหมาะกับรอบแรก · โหมดทำข้อสอบ = กดเลือกคำตอบเอง แล้วค่อยเฉลย พร้อมนับคะแนน (คำตอบถูกบันทึกไว้ในเครื่อง) · ทุกข้อกดดู โจทย์ภาษาอังกฤษต้นฉบับ ได้ เพราะข้อสอบจริงอาจเป็นภาษาอังกฤษ
สรุปสาระสำคัญก่อนลงมือทำ
ชุดนี้คือ Checkpoint Exam ที่รวม Module 1–3 เข้าด้วยกัน — เน็ตเวิร์กเบื้องต้น (M1), การตั้งค่า Cisco IOS (M2) และโพรโตคอล/โมเดลชั้น (M3) ทั้ง 67 ข้อไม่มีข้อคำนวณเลย เป็นการจำนิยามและแยกคำที่หน้าตาคล้ายกันล้วน ๆ อ่าน 8 หัวข้อข้างล่างนี้จบ แล้วลงมือทำได้ทันที · เนื้อหาเชิงลึกอยู่ที่ บท 1 บทนำ · บท 2 การเชื่อมต่อ · บท 4 OSI/TCP-IP · บท 5 แอดเดรส · บท 8 อุปกรณ์
• OSI / TCP-IP / PDU / encapsulation ≈ 20 ข้อ — กลุ่มใหญ่ที่สุด และมีข้อ “แอดเดรสถูกเติมที่ชั้นไหน” ซ้ำถึง 6 ข้อ เก็บให้ครบ • Cisco IOS / CLI ≈ 16 ข้อ — โหมด รหัสผ่าน หน่วยความจำ SVI • ศัพท์ M1 ≈ 20 ข้อ — intranet/extranet, BYOD, cloud, QoS, fault tolerance, powerline, SOHO, P2P • ที่เหลือเป็นโพรโตคอล องค์กรมาตรฐาน และการเลือกสื่อกลาง
1. องค์ประกอบของเน็ตเวิร์ก — ใครทำหน้าที่อะไร
| องค์ประกอบ | ตัวอย่าง | หน้าที่ (ท่องให้ได้) |
|---|---|---|
| End device (อุปกรณ์ปลายทาง) | PC, notebook, มือถือ, printer, IP phone, server | • เป็นต้นทางหรือปลายทางของข้อมูล • เป็นจุดเชื่อมระหว่างมนุษย์กับเครือข่าย |
| Intermediary device (อุปกรณ์ตัวกลาง) | switch, router, wireless AP, firewall, modem | • เลือกเส้นทางและเปลี่ยนเส้นทางเมื่อลิงก์ล่ม • กรอง traffic เพื่อความปลอดภัย • ส่งต่อ / ขยายสัญญาณ / แจ้ง error |
| Network media (สื่อกลาง) | สายทองแดง UTP, สาย fiber, คลื่นวิทยุ | • เป็นช่องทาง (channel) ที่สัญญาณวิ่งผ่าน — ไม่คิด ไม่เลือกเส้นทาง |
Host = คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่ต่อกับเครือข่ายและมีส่วนร่วมในการสื่อสารโดยตรง (เป็นคำที่กว้างกว่า “server”) · server คือ host ที่ให้บริการ, client คือ host ที่ขอใช้บริการ
สื่อกลาง 3 ชนิด — ข้อมูลถูกเข้ารหัสเป็นอะไร
- สายทองแดง → พัลส์ไฟฟ้า (electrical pulses)
- สาย fiber optic → พัลส์แสง (pulses of light) — ถามว่า “เข้ารหัสเป็นแสง” ตอบ fiber เสมอ
- ไร้สาย → คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (radio waves)
เกณฑ์เลือกสื่อกลาง (4 ข้อ)
- ระยะทางที่สื่อกลางนั้นส่งสัญญาณได้สำเร็จ
- สภาพแวดล้อมที่จะติดตั้ง (ความชื้น สัญญาณรบกวน)
- ปริมาณข้อมูลและความเร็วที่ต้องการ
- ราคาของสื่อกลางและค่าติดตั้ง
ไม่ใช่เกณฑ์: จำนวนอุปกรณ์ตัวกลาง, ราคาของ end device, ชนิดข้อมูลที่ต้องจัดลำดับความสำคัญ
2. ประเภทเครือข่าย และคำที่ชอบสลับกัน
| คำ | ใครเข้าถึงได้ / คืออะไร |
|---|---|
| Internet | กลุ่มเครือข่ายทั่วโลกที่เชื่อมต่อถึงกัน ทุกคนเข้าถึงได้ |
| intranet | กลุ่มของ LAN และ WAN ส่วนตัวที่เป็นขององค์กรหนึ่ง — เฉพาะพนักงาน/สมาชิกที่ได้รับอนุญาต คีย์เวิร์ด: พนักงานสาขาเข้าดูข้อมูลลับของบริษัทตัวเอง |
| extranet | องค์กรหนึ่งเปิดทรัพยากรบางส่วนให้ “คนนอกองค์กร” เข้าอย่างปลอดภัย — supplier, customer, collaborator, partner คีย์เวิร์ด: ให้คนที่ทำงานให้อีกองค์กรหนึ่งเข้าถึงได้ |
| LAN / WAN | LAN = พื้นที่แคบ องค์กรเดียวดูแลเอง · WAN = เชื่อม LAN ข้ามพื้นที่กว้าง มักเช่าจากผู้ให้บริการ |
| SOHO network | Small Office / Home Office — เครือข่ายของคนที่ทำงานที่บ้านหรือสำนักงานเล็ก ๆ มักใช้เราเตอร์รวมฟังก์ชันตัวเดียว |
| ISP | องค์กรที่ให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แก่บุคคลและธุรกิจ — ไม่ใช่หน่วยงานมาตรฐาน ไม่ใช่โพรโตคอล ไม่ใช่อุปกรณ์ |
| โมเดลการใช้งาน | ลักษณะ |
|---|---|
| Peer-to-peer (P2P) | เครื่องหนึ่งเป็นได้ทั้ง client และ server พร้อมกัน ไม่ต้องมีเซิร์ฟเวอร์เฉพาะ · ถูก ตั้งง่าย แต่ขยายยากและจัดการความปลอดภัยรวมศูนย์ไม่ได้ |
| Client/Server | ซอฟต์แวร์เซิร์ฟเวอร์รันบนเครื่องเฉพาะ (dedicated) ที่ทำหน้าที่ให้บริการอย่างเดียว · รวมศูนย์ทรัพยากรและการควบคุม |
extendednet และ allcast ไม่มีจริง — เป็นตัวเลือกหลอกประจำของ Cisco
3. คุณสมบัติ 4 ข้อของเครือข่ายที่ดี ออกซ้ำ
| คุณสมบัติ | ความหมาย | คีย์เวิร์ดในโจทย์ |
|---|---|---|
| Fault tolerance | มีลิงก์และอุปกรณ์สำรอง (redundancy) พังแล้วสลับเส้นทางได้เร็ว | สายถูกตัด/อุปกรณ์พัง แต่สะดุดแค่แป๊บเดียว, redundant links and devices |
| Scalability | ขยายเครือข่ายได้โดยไม่ทำให้บริการของผู้ใช้เดิมแย่ลง | เพิ่มผู้ใช้/สาขาใหม่, อุปกรณ์ modular, ออกแบบเป็นลำดับชั้น |
| QoS | จัดลำดับความสำคัญของ traffic ให้เสียง/วิดีโอเรียลไทม์มาก่อน | video conferencing กระตุก, จับคู่ชนิดการสื่อสารกับลำดับความสำคัญ |
| Security | ป้องกันข้อมูลและโครงสร้างจากการขโมย / แก้ไข / ทำลาย | ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต, ข้อมูลลับรั่วไปถึงคนอื่น |
integrity, accessibility, reliability ไม่ใช่ชื่อของคุณสมบัติทั้ง 4 ข้อนี้ — เป็นตัวเลือกหลอก
เทรนด์ที่ต้องจำชื่อ
- BYOD — ใช้ อุปกรณ์ส่วนตัว (notebook, สมาร์ตโฟน) เข้าถึงทรัพยากรขององค์กร/มหาวิทยาลัย
- Cloud — เก็บไฟล์ไว้บนเซิร์ฟเวอร์ผ่านอินเทอร์เน็ต เข้าได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกอุปกรณ์
- Powerline networking — ต่อ LAN ผ่านสายไฟฟ้าและเต้ารับที่มีอยู่แล้ว ด้วยอะแดปเตอร์ (ไม่ใช่การเดินสายใหม่ ไม่ใช่ไร้สาย)
- WISP — ISP ไร้สายสำหรับชนบทที่ไม่มี DSL/cable
- Online collaboration · Video communication · Converged network (เสียง+วิดีโอ+ข้อมูลบนโครงสร้างเดียว)
ภัยคุกคาม vs เครื่องมือป้องกัน
- Spyware — แอบติดตั้งแล้วเก็บข้อมูลผู้ใช้ เช่น เว็บที่เข้า
- Zero-day attack — โจมตีช่องโหว่ที่ยังไม่มีแพตช์ · DoS — ถล่มจนบริการล่ม · Identity theft — ขโมยตัวตนไปสวมรอย
- — ป้องกัน —
- เครือข่ายบ้าน/สำนักงานเล็ก ขั้นต่ำ = firewall + antivirus/antimalware
- องค์กรใหญ่จึงเพิ่ม IPS/IDS, ACL, VPN (สำหรับเข้าถึงจากระยะไกลอย่างปลอดภัย)
4. Cisco IOS — โหมด CLI และ prompt ดู prompt ให้เป็น
| โหมด | Prompt | ทำอะไรได้ / เข้าอย่างไร |
|---|---|---|
| User EXEC | Switch> | ดูข้อมูลพื้นฐาน จำกัดสิทธิ์ · เป็นโหมดแรกที่เข้าถึง |
| Privileged EXEC | Switch# | ดูได้ทุกอย่าง คัดลอกไฟล์ reload · เข้าด้วย enable |
| Global config | Switch(config)# | แก้ค่าที่มีผลทั้งอุปกรณ์ · เข้าด้วย configure terminal (config t) จาก privileged EXEC เท่านั้น |
| Line config | Switch(config-line)# | line console 0 / line vty 0 15 แล้วตั้ง password + login |
| Interface config | Switch(config-if)# | interface vlan 1 หรือพอร์ตจริง |
พิมพ์ config t แล้วขึ้น % Invalid input detected ทั้งที่คำสั่งถูก ⇒ ดูที่ prompt ว่าเป็น > (user EXEC) หรือ # · ถ้าเป็น > แปลว่าต้องพิมพ์ enable ขึ้น privileged EXEC ก่อน ไม่ใช่ปัญหาของการพิมพ์คำสั่งย่อหรือของสายคอนโซล
คีย์ลัดที่ออกสอบ
- Tab — เติมคำสั่งที่พิมพ์ค้างไว้ให้ครบ
- Ctrl+Shift+6 — ขัดจังหวะ (interrupt) กระบวนการ เช่น ping / traceroute ที่ค้างอยู่
- Ctrl+Z และ
end— กลับไป privileged EXEC ทันที (ข้ามหลายชั้น) exit— ถอยกลับ 1 ระดับ ในลำดับชั้นคำสั่ง- Ctrl+C — ยกเลิกคำสั่งที่กำลังพิมพ์ · Ctrl+R — แสดงบรรทัดเดิมซ้ำ
โครงสร้างคำสั่ง
show ip interface brief
• show = command
• ip interface briefkeyword (คำตายตัว พิมพ์เป๊ะ ๆ)
• ส่วนที่ผู้ใช้กรอกเอง เช่น ชื่อ/เลข IP = argument / variable
• Switch# = prompt
5. รหัสผ่าน หน่วยความจำ และไฟล์คอนฟิก
| สิ่งที่ต้องป้องกัน | คำสั่ง | ป้องกันทางเข้าไหน |
|---|---|---|
| Console | line console 0 → password X → login | เสียบสายคอนโซลตรงเข้าเครื่อง (out-of-band) แล้วเข้า user EXEC |
| VTY (Telnet/SSH) | line vty 0 15 → password Y → login | เข้าผ่านเครือข่าย (in-band) แล้วเข้า user EXEC |
| Privileged EXEC | enable secret Z (ดีกว่า enable password เพราะเข้ารหัสจริง) | ตอนพิมพ์ enable |
| ซ่อนรหัสผ่านในไฟล์คอนฟิก | service password-encryption | ทำให้รหัสผ่านที่ยังเป็น plaintext ไม่โผล่ให้เห็นในไฟล์คอนฟิก — ไม่ได้เข้ารหัสตอนส่งข้ามสาย ไม่ได้ทำให้ enable secret แข็งแรงขึ้น |
สิ่งที่ตั้งรหัสผ่านได้: VTY interface, console interface, privileged EXEC mode · ตั้งไม่ได้: Ethernet interface, boot IOS mode, router configuration mode
| หน่วยความจำ | Volatile? | เก็บอะไร |
|---|---|---|
| RAM | ใช่ — ดับไฟแล้วหาย | running-config (ค่าที่กำลังทำงานอยู่), ตาราง routing/ARP, บัฟเฟอร์ · มีทั้งใน switch และ router |
| NVRAM | ไม่ (nonvolatile) | startup-config — โหลดตอนบูต |
| Flash | ไม่ | ไฟล์ IOS และเก็บได้หลายเวอร์ชัน |
| ROM | ไม่ | คำสั่งบูตพื้นฐาน, POST |
• copy running-config startup-config = เซฟ ⇒ ค่าที่ตั้งไว้จะถูกโหลดกลับมาเมื่อรีสตาร์ต
• copy startup-config running-config = ดึงค่าจาก NVRAM มาผสมเพิ่ม (additive) ลงในค่าปัจจุบัน — ไม่ได้ล้างของเดิมทิ้ง
• อยากทิ้งการแก้ทั้งหมดที่ยังไม่ได้เซฟ ⇒ reload โดยไม่เซฟ เพื่อให้กลับไปใช้ไฟล์ใน NVRAM
SVI — Switch Virtual Interface
- ไม่ผูกกับพอร์ตจริงใด ๆ สร้างด้วยซอฟต์แวร์
- ทำให้ switch เลเยอร์ 2 มี IP address เพื่อให้จัดการจากระยะไกลได้ (Telnet/SSH)
- ค่าเริ่มต้นคือ VLAN 1
- ตั้งด้วย
interface vlan 1→ip address …→no shutdown - switch ไม่ได้ต้องมี IP เพื่อส่งเฟรม และไม่ได้ทำหน้าที่ default gateway (นั่นคือหน้าที่ router)
กฎการตั้งชื่อ + คำสั่งตรวจสอบ
- ชื่อต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษร, ห้ามมีเว้นวรรค, ลงท้ายด้วยตัวอักษรหรือตัวเลข, ใช้ได้แค่ ตัวอักษร ตัวเลข ขีดกลาง, ยาวน้อยกว่า 64 ตัว
show ip interface brief— สรุปสถานะอินเทอร์เฟซ + IP ที่ตั้งไว้ping— ทดสอบการเชื่อมต่อชั้น 3 ·traceroute— ไล่เส้นทาง ·ipconfig— เป็นคำสั่งบน โฮสต์ Windows ไม่ใช่ IOS- SSH ปลอดภัยกว่า Telnet เพราะเข้ารหัสข้อความและยืนยันตัวตนผู้ใช้ ส่วน Telnet ส่ง plaintext · ทั้งคู่เป็น in-band
6. โพรโตคอลกำหนดอะไร และการส่ง 3 แบบ
| กฎที่โพรโตคอลกำหนด | ความหมาย |
|---|---|
| Message encoding | แปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปที่ส่งผ่านสื่อกลางได้ (ไฟฟ้า/แสง/คลื่น) ฝั่งรับทำ decoding |
| Formatting & encapsulation | รูปแบบของข้อความ และการห่อข้อความหนึ่งไว้ในอีกข้อความหนึ่ง |
| Message size | ซอยข้อความใหญ่ให้เป็นชิ้นที่ส่งไหว (segmentation) |
| Message timing | Flow control = คุมจังหวะไม่ให้ส่งเร็วเกินจนแพ็กเก็ตถูกทิ้ง · Response timeout = รอไม่เกินเวลาที่กำหนด ถ้าไม่ตอบก็ทำอย่างอื่นต่อ · Access method = ตัดสินว่าเมื่อไรจึงส่งได้ |
| Delivery options | unicast / multicast / broadcast |
| แบบ | ความสัมพันธ์ | ส่งถึงใคร |
|---|---|---|
| Unicast | one-to-one | ปลายทางเดียว |
| Multicast | one-to-many | กลุ่ม host ที่เจาะจง (a select group of hosts) |
| Broadcast | one-to-all | ทุกอุปกรณ์บน LAN |
นิยามโพรโตคอลที่ถูกต้อง: “กำหนดว่าข้อความถูกแลกเปลี่ยนกันอย่างไรระหว่างต้นทางกับปลายทาง” — โพรโตคอลจำเป็นทั้งในเครือข่ายท้องถิ่นและระยะไกล ทำงานอยู่ทุกชั้นไม่ใช่แค่ network access และไม่เกี่ยวกับการเลือกฮาร์ดแวร์หรือการติดตั้งแร็ก
7. OSI 7 ชั้น เทียบ TCP/IP 4 ชั้น หัวใจของชุดนี้
| # | OSI | TCP/IP | หน้าที่ | PDU | แอดเดรสที่เติมในชั้นนี้ |
|---|---|---|---|---|---|
| 7 | Application | Application | บริการให้แอปผู้ใช้ · เป็นจุดที่ข้อมูล (data) ถูกสร้างขึ้น | Data | — |
| 6 | Presentation | จัดรูปแบบ เข้ารหัส บีบอัด | |||
| 5 | Session | เปิด/ปิด/จัดการเซสชัน | |||
| 4 | Transport | Transport | ซอยเป็น segment และประกอบกลับ · TCP/UDP | Segment | source + destination port number |
| 3 | Network | Internet | หาเส้นทางส่งข้อความข้าม internetwork (routing) · IP | Packet | source + destination IP address (logical address) |
| 2 | Data Link | Network Access | ห่อ packet เป็นเฟรม คุมการเข้าใช้สื่อกลาง · Ethernet | Frame | source + destination MAC address (physical address) |
| 1 | Physical | ส่งบิตเป็นสัญญาณจริงลงสื่อกลาง | Bits | — ไม่มีแอดเดรส |
1) PDU: Data → Segment → Packet → Frame → Bits (“ดี-เซ็ก-แพ็ก-เฟรม-บิต”)
2) Encapsulation ตอนส่ง = บนลงล่าง — transport ส่ง segment ให้ internet, internet ส่ง packet ให้ network access, network access สร้าง frame แล้วแปลงเป็น บิต ปล่อยลงสื่อกลาง
3) ฝั่งรับทำกลับด้าน (de-encapsulation) — บิตที่ NIC รับมาถูกประกอบเป็น frame ก่อนเสมอ แล้วค่อยไล่ขึ้น: Ethernet → IP → TCP → HTTP
เทียบชั้น OSI ↔ TCP/IP
- data link + physical (2 ชั้นของ OSI) = network access 1 ชั้นของ TCP/IP
- application + presentation + session (3 ชั้น) = application 1 ชั้น
- transport ↔ transport และ network ↔ internet ตรงกัน 1:1
- session ไม่มีในโมเดล TCP/IP — เจอเป็นตัวเลือกเมื่อไรตัดทิ้งได้เลย
ประโยชน์ของโมเดลแบบชั้น
- ช่วยในการออกแบบโพรโตคอล
- กันไม่ให้เทคโนโลยีในชั้นหนึ่งไปกระทบชั้นอื่น
- ส่งเสริมการแข่งขัน — เครื่องต่างระบบปฏิบัติการ/ต่างยี่ห้อคุยกันได้ เมื่อใช้ open standard
- มีภาษากลางไว้อธิบายการทำงานของเครือข่าย
ไม่ใช่ประโยชน์: ทำให้แพ็กเก็ตวิ่งเร็วขึ้น, ผูกขาดผู้ผลิต
8. โพรโตคอลใน TCP/IP suite · องค์กรมาตรฐาน · ค่าที่ตั้งบนโฮสต์
| ชั้น TCP/IP | โพรโตคอลที่ต้องจำ |
|---|---|
| Application | DNS, DHCP, FTP, HTTP, SMTP, POP3, IMAP, TFTP |
| Transport | TCP, UDP |
| Internet | IPv4, IPv6, ICMP, NAT |
| Network Access | ARP, PPP, Ethernet |
| องค์กร | จำด้วยประโยคนี้ |
|---|---|
| IANA | ดูแลการจัดสรร IP address, ชื่อโดเมน และ protocol identifier |
| ISO | ผู้พัฒนามาตรฐานสากลรายใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมสินค้าและบริการหลากหลาย — เจ้าของโมเดลอ้างอิง OSI |
| ISOC | ส่งเสริมการพัฒนา วิวัฒนาการ และการใช้อินเทอร์เน็ตแบบเปิดทั่วโลก |
| EIA | องค์กรมาตรฐานและการค้าด้านอิเล็กทรอนิกส์ — เด่นเรื่องสายไฟ หัวต่อ และแร็ก 19 นิ้ว |
| IEEE | มาตรฐานตระกูล 802 — Ethernet 802.3, WLAN 802.11 |
| IETF | ออกเอกสาร RFC พัฒนาโพรโตคอลอินเทอร์เน็ต |
ค่าที่ต้องกรอกเมื่อตั้ง IPv4 ด้วยมือบนโฮสต์: IP address (ระบุตัวอุปกรณ์), subnet mask (บอกว่าส่วนไหนของแอดเดรสคือ network ส่วนไหนคือ host), default gateway (IP ของอินเทอร์เฟซเราเตอร์ที่ใช้ออกไปเครือข่ายอื่น), DNS server · ส่วน DHCP server address ไม่ต้องกรอกเอง
โฮสต์ที่จะส่งข้อมูลไปยังเครือข่ายอื่น จะสร้าง:
• packet ที่มี destination IP = ปลายทางตัวจริง (ไม่ใช่ IP ของเราเตอร์) เพราะ IP เป็นแบบ end-to-end ไม่เปลี่ยนตลอดทาง
• frame ที่มี destination MAC = เราเตอร์ default gateway ของตัวเอง (ไม่ใช่ MAC ของสวิตช์ ไม่ใช่ MAC ของเราเตอร์ฝั่งโน้น) เพราะ MAC ใช้ส่งเฉพาะภายในเครือข่ายท้องถิ่นและถูกเขียนใหม่ทุกครั้งที่ข้ามเราเตอร์
สวิตช์เป็นอุปกรณ์เลเยอร์ 2 ที่โปร่งใส — ไม่เคยเป็นปลายทางของเฟรมข้อมูลปกติ
• สายขาดแต่สะดุดแป๊บเดียว = fault tolerance · โตแล้วผู้ใช้เดิมไม่แย่ลง = scalability · ข้อมูลลับหลุดถึงคนอื่น = security · วิดีโอต้องมาก่อน = QoS
• คนนอกองค์กรเข้าได้ = extranet · LAN+WAN ขององค์กรเอง = intranet · ทำงานที่บ้าน = SOHO · เครื่องเดียวเป็นทั้ง client และ server = P2P · เซิร์ฟเวอร์อยู่บนเครื่องเฉพาะ = client/server
• เต้ารับไฟฟ้า = powerline · แสง = fiber · router = หาเส้นทาง · router & switch = intermediary · host = ทุกเครื่องที่สื่อสารโดยตรง
• > ต้อง enable ก่อน · Tab เติมคำสั่ง · Ctrl-Shift-6 หยุด ping · exit ถอย 1 ชั้น · RAM = running-config และหายเมื่อดับไฟ · service password-encryption = ซ่อนรหัสในไฟล์คอนฟิก · SVI = VLAN 1 จัดการทางไกล
• IP → network layer · port → transport · MAC → data link · data → application · routing → internet layer ของ TCP/IP